Posted by: jjboylaw | 20 มกราคม 2009

ฎีกาน่าสนใจ

สิทธิเจ้าของทรัพย์ในการร้องขอคืนของกลาง
แม้นายหนึ่งจะเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางอยู่ในขณะยื่นคำร้อง แต่ในระหว่างพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้น นายสองได้ชำระราคารถยนต์ของกลางให้นายหนึ่งครบถ้วน ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อแล้ว กรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางจึงโอนไปยังนายสองแล้วตั้งแต่วันชำระราคาครบถ้วน ตามสัญญาเช่าซื้อแม้ทะเบียนรถยนต์ของกลางจะมีชื่อนายหนึ่งเป็นเจ้าของอยู่ ก็ไม่ทำให้นายหนึ่งมีกรรมสิทธิ์ ทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแพ่ง เป็นแต่เพียงเรื่องการควบคุมการใช้ยานพาหนะเท่านั้น เมื่อนายหนึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางเสียแล้ว นายหนึ่งก็หมดสิทธิที่จะร้องขอคืน ชอบที่ศาลจะยกคำร้องของนายหนึ่ง (ฎ 388/2523)

เจ้าของทรัพย์จะยื่นขอกันส่วนเงินได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ถูกริบในคดีอาญา
การที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบ และไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้กันเงินส่วนของตนให้กึ่งหนึ่งนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าของอันแท้จริงขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 นั่นเอง ซึ่งได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าจะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด จะนำเอาบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับหาได้ไม่ เพราะการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นเรื่องของการบังคับคดีในทางแพ่ง แต่การขายทอดตลาดทรัพย์สินของกลางที่ถูกริบในคดีอาญา หาใช่เป็นการขายทอดตลาดทรัพย์สินในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ (ฎ 5/2526)


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: